Title: SUMMER DATE!! Author: purin•po Pairing: Taichi x Koushirou Fandom: Digimon Adventure 02 Rating: PG-13 Genre: A/U, Boy’s love, Fluff Status: Finished Summary: เดทครึ่งหลังที่สวนสนุกระดับโลก ช่วงค่ำแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ~!!Author’s note: ยิ่งแต่งยิ่งอยากไป Tokyo Disneyland อีกครั้ง ~ เราพลาดอะไรไปหลายอย่าง คิดว่าถ้ามีโอกาสได้ไปอีก เราจะทำทุกอย่างที่เราไม่ได้ทำที่นั่นค่ะ !! (ฮา) เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ทั้งคู่ยืนรอจนขาแข็งไปหมดแถมยังต้องรอนานกว่าเดิมหนึ่งรอบ เพราะรอบที่จะได้เล่นจริงๆดันตัดฉับ ตรงไทจิแยกเขากับโคชิโร่ เขาเลยยอมให้คนข้างหลังเลื่อนขึ้นมาเล่นก่อนเพื่อให้ได้เล่นพร้อมกับร่างบางในรอบถัดไป จนในที่สุดก็ได้เล่นเครื่องเล่นที่ยืนรออย่างทรหดเสียที โคชิโร่จับราวเหล็กแน่นเกือบตลอดเวลาตั้งแต่ รถไฟเริ่มขยับไต่ขึ้นรางที่ลาดชันจนไทจิเองก็สังเกตเห็น “ไม่น่ากลัวหรอกน่า ” เขาว่าเสียงกลั้วหัวเราะพลางกล่าวเสริมในใจ ‘ถ้ากลัวก็เขยิบมานั่งใกล้ๆฉันซะก็หมดเรื่อง ’ ที่นั่งบนรถไฟเหาะไม่ได้มีที่ล็อคไหล่ มีเพียงเหล็กที่วางล็อคบนตักไว้เท่านั้น โคชิโร่สั่นหัวแรงๆ “ไม่ได้กลัวครับ ” ไทจิยักไหล่ให้กับคนปากแข็งทีหนึ่ง “งั้นก็ตามใจ ” สิ้นเสียงของร่างสูง ขบวนรถไฟก็ทิ้งตัวลงมาตามรางที่ลาดชัน เหวี่ยงตรงทางโค้ง เหินขึ้น ร่อนลง ผู้คนบนรถหวีดร้องสุดเสียง ชูไม้ชูมือสนุกสนาน ผิดกับเด็กชายผมสีน้ำตาลแดง ที่นั่งหลับตาแน่นไม่มองสิ่งรอบข้าง “เฮ่ โคชิโร่ ” ไทจิสะกิดเขาเบาๆ “ไม่มีผีออกมาหรอกน่าลืมตาขึ้นมาเถอะ ”ไม่ได้ผล โคชิโร่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น “ถ้าไม่ลืมตา ฉันจูบจริงๆด้วย !!!” ในที่สุดโคชิโร่ก็ยอมลืมตาเสียที ไทจิรู้สึกเสียดายนิดๆ เขาชี้ให้ร่างเล็กดูทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านตาไปอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน หนึ่งในนั้นมีรถไฟของเครื่องเล่น Western River Railroad ที่ใช้สำหรับพาชมรอบๆ Adventure Land, Western Land และ Critter Countryผู้คนบน Western River Railroad ต่างโบกมือ ส่งเสียงเฮครืนขณะที่รถไฟเหาะวิ่งฉิว มาให้เห็นใกล้ๆ ไทจิโบกมือตอบกลับไปก่อนรถไฟจะพาร่างหายลับเข้าไปในเหมืองมืด มือเรียวแอบฉวยโอกาสกุมฝ่ามือเล็กที่เกาะราวเหล็กแน่นจนชื้นเหงื่อ “ไม่น่ากลัวเลยใช่มั้ยล่ะ? ” โคชิโร่พยักหน้าเบาๆในความมืด เขาคิดว่าโชคดีจริงๆที่ รถไฟนี่พาเขาเข้ามาในเหมืองที่มีแสงสลัวรำไร ไม่เช่นนั้นร่างสูงที่นั่งข้างๆกัน ต้องรู้แน่ว่าเขากำลังเขิน ..................... ไม่กี่นาที ทั้งคู่ก็ออกมายืนกางแผนที่สวนสนุกกันอีกครั้ง โคชิโร่มีท่าทีที่ผ่อนคลายลง อย่างเห็นได้ชัด เขายืนมองร้านรวงขายของที่ระลึกทำจากไม้ ส่วนใหญ่ร้านค้าที่เมืองนี้ ให้บรรยากาศของคาวบอยนิดๆ อยู่ดีๆภาพยนตร์คาวบอยอย่าง ‘โบรคแบ็คเมาน์เทน ’ ที่กล่าวถึงความรักต้องห้ามของคาวบอยหนุ่มสองคนก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาสะบัดหัว พลางโบกมือไล่ความคิดแปลกๆออกไป จนเห็นว่าไทจิกำลังมองอยู่ เจ้าตัวก็เลยยิ้มเจื่อนๆ “นี่ก็เที่ยงวันเข้าไปแล้ว ฉันว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่ามั้ย? ” ร่างสูงเอียงคอถาม เชิงขอความเห็น เขายื่นแผนที่ให้โคชิโร่ดู “นายเลือกเลยอยากกินที่ไหน ” “ผมว่าไปที่นี่ดีมั้ย? ” นิ้วเรียวขาวชี้ไปที่ Grandma Sara’s Kitchen ที่ Critter Country ซึ่งเป็นเมืองใกล้ๆกัน อ่านจากรายละเอียดแล้ว ‘ครัวของคุณยายซาร่า ’ จะจำหน่ายอาหาร ที่ค่อนข้างอยู่ท้อง อย่างเช่น กราแตง , สลัด เป็นภัตตาคารที่สามารถจุคนได้ถึง 406 ที่นั่ง ที่สำคัญ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่นเครื่องเล่นใน Critter Country (เครื่องเล่นในเมืองนี้ ได้แก่ Splash Mountain ที่อาจทำให้เสื้อผ้าเปียก และ Braver Brothers Explorer Canoes ที่ กินเวลาค่อนข้างนาน แถมทำได้แค่พายเรือแคนูสำรวจรอบๆ) แต่ก็ได้แวะเข้าไปในเมืองนี้แล้ว ใกล้ๆกับภัตตาคาร คือ Haunted Mansion คฤหาสน์ผีสิงใน Fantasy Land ภายในเป็นเครื่องเล่นแบบขับเคลื่อน โดยยานพาหนะหนึ่งนั่งได้ 3 คน ติดกันนั้นกันคือ Queen of Heart’s Bouquet Hall ซึ่งเป็นภัตตาคารแฟนตาซีบุฟเฟ่ต์ สีสันที่สดใสและการตกแต่งที่สุดอลังการ ราวกับว่าหลุดไปอยู่ใน Wonderland จริงๆ ทั้งคู่รู้สึกผิดพลาดสุดๆ ที่ดันเข้าครัวคุณยายซาร่าหาอะไรกินจนอิ่มแน่นไปหมด ไม่อย่างนั้นคงได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศแปลกๆที่บูเก้ฮอลล์ของราชินีหัวใจกับทหารสำรับไพ่ แน่ๆ เลยชวนกันไปเล่นเครื่องเล่นน่ารักๆที่อยู่ใจกลางเมือง Fantasy Land แก้เศร้า “ไปเล่นดัมโบ้กัน ” ไทจิชี้ไปที่ Dumbo the Flying Elephant ซึ่งเป็นเจ้าช้างน้อยดัมโบ้ บรรทุกผู้โดยสาร 2 คนบินร่อนชมบรรยากาศรอบๆในมุมสูง ไม่นานทั้งคู่ก็ขึ้นมารับลมเย็นๆ มองเห็นปราสาทซินเดอเรลลาภายใต้ท้องฟ้าใสชัดเจนกว่าเดิม “ไทจิซัง อันนั้นก็น่าสนนะ ” โคชิโร่ชี้ไปที่ Alice’s Tea Party ที่อยู่ถัดไปจากดัมโบ้ไม่เท่าไร เป็นถ้วยชาหมุนที่ผู้เล่นสามารถเหวี่ยงถ้วยชาของตัวเองให้เร็วเท่าไรก็ได้ตามต้องการ ด้วยสีสันที่สดใสของถ้วยชาที่หมุนกันสะเปะสะปะ ดูสมกับเป็นงานเลี้ยงน้ำชาป่วนๆของ อลิซเสียจริง ร่างสูงหัวเราะร่าเริง “ถ้างั้นช่วงค่ำๆมาเล่นม้าหมุนนี่นะ? ” ไทจิต่อรอง โคชิโร่ชะโงกมอง เครื่องเล่นชื่อ Cinderella’s Golden Carousel ที่เป็นม้าหมุนสวยอลังการที่ตั้งอยู่ ติดกับดัมโบ้ ขนาดตอนกลางวันยังดูสวยขนาดนี้ ถ้าเป็นตอนกลางคืนที่เครื่องเล่นเปิดไฟ คงสวยงามโรแมนติคน่าดู ร่างเล็กแอบส่งสายตาทะเล้นให้ราวกับรู้ทัน “...ไม่น่าพูดเลยแฮะ ไม่เซอร์ไพรส์กันพอดี ” ไทจิหันมาบ่นคนเดียวเบาๆ ..................... หลังจากเล่นถ้วยชาเสร็จ ทั้งคู่เดินเรื่อยมาจนถึงหน้าทางเข้า Toontown แล้วมองหน้ากัน ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองการ์ตูนแล้ว ภายในคงเต็มไปด้วยเด็กๆแน่ เพราะสารพัดเครื่องเล่น ก็สร้างสรรค์ออกมาเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะ ไทจิตัดสินใจเดินเข้าไป เป็นอย่างที่คิด ในเมืองเต็มไปด้วยเด็กเล็กๆและคนที่มาเป็นครอบครัว มองไปทางไหนก็ มีแต่บรรดาคุณพ่อคุณแม่และลูกๆ ทั้งคู่หันกลับมามองหน้ากันอีกครั้ง “เอ่อ...เห็นแล้วอยากมีลูกกะเขามั่ง ” ไทจิพูดติดตลก “อ้าว นั่นนายจะไปไหน? ” “ไปซื้อไอศกรีมครับ คราวนี้ผมเลี้ยงเอง ” ร่างเล็กผมชี้สีแดงเดินกึ่งวิ่งไปยัง ร้านรถเข็นเล็กชื่อ Out of Bounds Ice Cream ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมไอศกรีม อัดแท่งรูปหน้ามิคกี้เม้าส์ และมินนี่เม้าส์ “ของไทจิซังมิคกี้รสส้ม ของผมมินนี่รสแอปเปิล ” ไทจินับไอศกรีมจากมือเล็ก แต่ไม้ไอศกรีมสั้นเกินไปเลยเผลอไปจับโดนนิ้วขาวๆของอีกคนเข้า ทั้งคู่แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจก็จริง แต่ต่างคนต่างก็มีรอยยิ้มบางๆระบายอยู่บนใบหน้า “นี่โคชิโร่ ฉันอยากชิมรสแอปเปิลมั่ง ” เขาแกล้งชะโงกหน้าไปเลียไอศกรีมของโคชิโร่ ตรงที่เรียวปากบางเพิ่งจะผละออกไป ได้ผล โคชิโร่นั่งนิ่ง แม้ไม่มองหน้า แต่ใบหูของร่างเล็กก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แดงมาถึงหูแบบนี้ หน้าก็คงแดงกล่ำเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้วเหมือนกัน ร่างสูงแอบขำอยู่ในใจ การแกล้งโคชิโร่คงเป็นเรื่องโปรดปรานของไทจิไปแล้วจริงๆทั้งสองคนเดินไปเรื่อยๆพร้อมไอศกรีม จนถึง Tomorrow Land เมืองนี้ดูเรียบๆไม่หวือหวา เครื่องเล่นก็ค่อนข้างจะดูผู้ใหญ่ไปสักนิด แต่ก็น่าสนุก โคชิโร่สนอกสนใจ Space Mountainที่มีคนเข้าแถวอยู่เยอะมากจนไม่หวังว่าจะได้รอแค่ชั่วโมงครึ่ง เขาอาจต้องใช้เวลา ที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อรอเล่นเจ้าเครื่องเล่นนี้ก็ได้ “อยากเล่นเจ้านี่หรอ? ” โคชิโร่พยักหน้า “งั้นก็เล่นสิ นายรอไหวรึเปล่าล่ะโคชิโร่? ” คำตอบคือพยักหน้า ไทจิโอบไหล่เขาไว้หลวมๆ แล้วพาเดินไปต่อแถวยาวเหยียด อากาศที่ทั้งร้อน คนก็มากมาย ทำเอาทั้งคู่เกือบหมดแรงอยู่หน้า Space Mountainไทจิยกมือขึ้นปาดเหงื่อตัวเองหลายครั้งจนโคชิโร่รู้สึกลำบากใจ “อย่าคิดมากไปหน่อยเลยน่า ” ร่างสูงขยี้เรือนผมแดงของคนตัวเล็กเบาๆ เขาเองก็รู้ว่า โคชิโร่คงกำลังรู้สึกผิดที่ตัวเองทำให้เขาต้องมายืนรอเป็นเพื่อน แต่ช่วยไม่ได้เหมือนกัน ที่เขาดันเป็นคนออกปากไปเองว่า ‘ให้โคชิโร่เอาแต่ใจตัวเองได้หนึ่งวัน ’ พักใหญ่ๆทั้งคู่ก็ได้เข้าไปนั่งจรวดชมแสงสีและภาพลวงตาตื่นตาตื่นใจ “ไทจิซัง ไป MicroAdventure! กันต่อเถอะ ” มือเล็กดึงชายเสื้อไทจิเบาๆ MicroAdventure! เป็นโรงหนังที่จะฉายหนัง 4 มิติ ถึงแม้จะไม่สุดยอดเท่า Universal Studio ที่โอซาก้า แต่ก็นับว่าทำได้ดี จนเวลาล่วงเลยมาถึงหกโมงเย็น ..................... “เหนื่อยเหรอ? ” ไทจิชะโงกถามร่างเล็กที่เดินข้างกัน ไทจิเองวันนี้ลุยมาทุกเมืองแล้วก็จริง แต่เขาซ้อมฟุตบอลบ่อยๆก็เลยไม่รู้สึกอะไรมาก ห่วงก็แต่โคชิโร่ที่ไม่ค่อยออกไปไหน นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน “ป...เปล่าครับ ไม่เหนื่อยเลย ” “โกหกเห็นๆ หน้านายมันบอกว่าเหนื่อย ” ร่างสูงเอื้อมมือไปโอบไหล่ “งั้นเราไปนั่งเล่น หาอะไรกินที่ World Bazaar ละกัน แล้วค่ำๆฉันจะพาเดินเล่นอีก ตกลงมั้ย? ” ทั้งสองคนเดินกลับออกมาที่ World Bazaar อีกครั้ง ไทจิเลือก Center Street Coffee House เป็นที่สำหรับดินเนอร์ แม้ว่าจะมองไม่เห็นปราสาทซินเดอเรลลา แต่อาหารที่นี่ก็มากพอ เหมาะสำหรับเป็นมื้อเย็นของวันนี้โดยที่ไม่ทำให้คุณแม่ของโคชิโร่ต้องเป็นห่วง บรรยากาศภายในร้านยุค ’30s ที่ยิ่งค่ำ แสงไฟก็ยิ่งทำให้ทั้งร้านดูเหมือนอาบไปด้วยทองคำ ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ไม่ใช่ห้องอาหารโรงแรมห้าดาวหลังจากนั่งเล่นจนพอใจ ไทจิพาโคชิโร่ออกมาข้างหน้า World Bazaar ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน ขบวนอิเล็คทริคอลพาเหรดพร้อมเหล่าตัวการ์ตูนกำลังสนุกสนานอยู่หน้าปราสาทซินเดอเรลลา นั่นทำให้ไทจินึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้ดูพาเหรดเลย “นี่เราลืมพาเหรดกลางวันไปได้ไงนะ ” โคชิโร่เงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงที่ขยี้ผมสีน้ำตาลเข้ม ของตัวเองจนยุ่งไม่แพ้ใบหน้า เขาลอบยิ้มกว้างในความมืดสลัว วันนี้ไทจิคงพยายามจะทำให้เป็น เพอร์เฟ็คต์เดทสำหรับเขาแน่ๆถึงได้ดูยุ่งยากขนาดนี้ ที่จริงมันไม่สำคัญเลยสักนิดเดียว “แค่อยู่กับไทจิซังทั้งวัน ผมก็พอใจแล้วครับ ”“เมื่อกี๊นายว่าอะไรนะโคชิโร่? ” เสียงพาเหรดและผู้คนครึกครื้น บวกกับไทจิที่มัวแต่ บ่นโทษตัวเอง ทำให้ประโยคที่โคชิโร่เอ่ยออกมานั้นเบาเหมือนเสียงลมอ่อนๆ ร่างบางเพียงส่ายหัวเบาๆพร้อมส่งรอยยิ้มกลับมาให้ “ผมแค่บอกว่า ‘ไหนไทจิซังว่าจะไปเล่นม้าหมุนไง ’ เท่านั้นเองนะ ” ..................... บรรยากาศยามค่ำคืนของ Tokyo Disneyland ยังคงเต็มไปด้วยผู้คน แต่ที่น่าสนกว่านั้น คือแสงสีของเหล่าเครื่องเล่นที่โดดเด่นเมื่ออยู่ในความมืด ทั้งไทจิและโคชิโร่ดู ตื่นตาตื่นใจไปกับแสงไฟมากจนเกือบจะลืมว่ากลับเข้ามาในสวนสนุกทำไม ตอนนี้ Cinderella’s Golden Carousel เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ดูหรูหราสวยงาม ไม่แพ้ม้าหมุนที่ดูเหมือนกำลังควบช้าๆด้วยท่วงท่าสง่า แม้จะเป็นเครื่องเล่นที่ดู เหมาะสำหรับสาวน้อย แต่ทั้งคู่ไม่อายเลยที่จะยอมรับว่าอยากเล่นม้าหมุนสวยๆนี่เหลือเกิน ไทจิเลือกม้าตัวนอกสุดสำหรับโคชิโร่เพราะจะได้เห็นปราสาทซินเดอเรลลาที่กำลังส่องแสง ส่วนตัวเขาเลือกม้าที่อยู่ใกล้ๆกัน เสียงเพลงของเครื่องเล่นดังเบาๆชวนให้คิดว่าตัวเอง เป็นซินเดอเรลลาเสียจริงๆ ไทจิยื่นมือให้ร่างเล็กจับขณะลงจากม้าหมุน เขายิ้มให้บางๆ โคชิโร่เองก็ยิ้มกลับเหมือนกัน วันนี้ทั้งวันเขาเองก็อยากคว้ามือเรียวของร่างสูง มาจับไว้แน่นๆ ไม่ต่างจากไทจิที่แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่จูงมือพาเที่ยวทั้งวัน แต่ถึงแม้คนจะเยอะจนไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ทั้งคู่ก็ไม่กล้าเดินกุมมือร่อนไปทั่วเมือง จะมีให้ฉวยโอกาสได้บ้างนิดหน่อยก็ตอนเล่นเครื่องเล่น และตอนนี้ !!! “ฉันจับไว้อย่างนี้ได้มั้ย? ” เป็นร่างสูงที่เอ่ยปากถาม เขากุมฝ่ามือเล็กไม่ปล่อย “ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ล่ะ? ” ถึงจะถามกลับแบบนั้น แต่โคชิโร่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาไม่คิดจะชักมือกลับ เพียงแต่บีบมือไทจิกลับเบาๆก็เท่านั้น “ฮะฮะ ถึงนายไม่ให้จับฉันก็จะจับ ”ระหว่างทางที่เดินกลับมา World Bazaar แทบไม่มีบทสนทนาอะไรเลย มีเพียงความรู้สึกที่ส่งผ่านมือที่เกาะกุมกันไว้เท่านั้น อากาศยามค่ำคืนดูจะอ่อนโยน ผิดกับกลางวันที่ร้อนจนแทบจะเผาเขาสุกตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน ตอนนี้ร้านรวงใน World Bazaar ประดับประดาด้วยดวงไฟสวยงาม ตู้กระจกที่ดูเรียบง่ายในตอนกลางวัน ยามนี้กลับดูโดดเด่น ตัวการ์ตูนในตู้ดูราวกับมีชีวิตภายใต้แสงไฟสีทอง ไทจิและโคชิโร่เดินเข้าออกร้านขายของที่ระลึกทีละร้าน จนใกล้เวลาที่เฝ้ารอ “โคชิโร่ มานี่เร็ว ” ไม่พูดเพียงอย่างเดียว ไทจิฉวยข้อมือของอีกฝ่ายลากตามมาด้วย ถึงแม้ว่าโคชิโร่จะไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงรู้สึกเหนื่อยใจนิดๆ วันนี้เกือบทั้งวันเขาโดน ลากไปไหนต่อไหนตลอด จะมีเอาแต่ใจตัวเองบ้างแค่เล็กน้อยเท่านั้น ร่างสูงพาเขา ออกมาที่หน้า World Bazaar ที่เหล่าตัวการ์ตูนกำลังให้ความบันเทิงแก่ผู้คน เสียงเพลงที่สนุกสนานกับแสงสีที่ตระการตานั้นทำให้ตื่นเต้นได้ไม่เท่ากับ ดอกไม้ไฟหลากสีหลายรูปแบบที่วาดลวดลายอยู่ผืนฟ้าสีนิล ร่างบางเผลอครางออกมาไม่รู้ตัว “ขอบใจนะ ” เสียงไทจิดังแทรกเสียงดอกไม้ไฟขึ้นมา “ที่วันนี้ยอมมากับฉัน ” “ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ...ไทจิซัง ” มือเรียวเอื้อมมาลูบหัวคนตัวเล็กแผ่วเบา หลายต่อหลายครั้งที่ทั้งเขาทั้งโคชิโร่ทะเลาะถกเถียงกัน ไม่ต้องบอกก็เดาออกว่า ตัวเขาเองที่อารมณ์ร้อน มักจะหัวเสียใส่โคชิโร่อยู่บ่อยๆ ถึงมันจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่ปากของเขาจะพูดจาชวนทะเลาะ แต่หลังจากนั้นแล้วเขาก็รู้สึกผิดที่ทำลงไปเสมอ เขามักจะกลับมาง้องอดร่างบางด้วยการขอโทษ และก็ได้รับการอภัยกลับมาทุกครั้ง แม้ว่าเขาจะดีแต่โผงผาง บุ่มบ่าม หรือโคชิโร่ที่เอาแต่คิดแล้วคิดอีก คิดซ้ำๆเพื่อ หาหนทางที่ดีที่สุด แต่ท้ายที่สุดเขาทั้งคู่ก็เข้าขากันได้ดี โคชิโร่เป็นรุ่นน้องที่ อยู่ในโอวาทเสมอ ทั้งที่น่าจะพอใจ เขากลับรู้สึกอยากให้มันมากกว่านั้น ..................... ไทจิมาส่งโคชิโร่ถึงประตูบ้านเหมือนเดิม ถึงตอนนี้ร่างเล็กจะถอดหูถอดหาง ออกไปหมดแล้ว ตั้งแต่ช่วงเย็นมานี่เขาเองก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าใสของอีกฝ่าย ที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดๆเป็นครั้งแรกจนเผลอมองนานไปนิด “ไทจิซัง? ” เสียงเล็กนั้นดึงให้ไทจิหลุดจากภวังค์ “อ...อ้อ ’โทดที ” เขาเกาหัวแกรก “ถ้างั้นฉันกลับล่ะ ” “เดี๋ยวก่อนครับ ” ไทจิหันกลับมาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม “คือ...ขอบคุณมากครับ ”ไทจิรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากให้โคชิโร่ทำอย่างอื่นมากกว่าพูดขอบคุณ เขาหวังอะไรอยู่นะ “วันนี้ผมสนุกมาก จริงๆนะ แล้... ” “โคชิโร่ !!!!” ร่างเล็กกลืนคำพูดของตัวเองลงคอไปหมด อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ ส่งเสียงดังขัดขึ้นมา นี่เขาพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ “ค...ครับ ” เขาต้องพูดอะไรผิดไปแน่ ดูร่างสูงจะทำหน้าจริงจัง โคชิโร่รู้สึกเกร็ง ไทจิกำลังย่างสามขุมเข้ามา นี่เขาจะโดนชกหน้าหงายรึเปล่า วันนี้อารมณ์ดีมาทั้งวัน แต่เขาพูดไม่เข้าหูไปนิดเดียวก็ถึงกับจะต่อยเลยหรือ วันนี้เขาทำตัวไม่ดีรึเปล่า ไทจิเอื้อมมือตะครุบจับไหล่บาง โคชิโร่หลับตาแน่น “ขอจูบได้มั้ย !!??” “...ห๊ะ? ” นี่มันยิ่งกว่าที่คิดไว้เสียอีก ถ้าเรื่องโดนชกเขาพอจะเตรียมใจทัน แต่เรื่องที่ร่างสูงขอมานี้มันกะทันหันเสียจนใจเต้นแรง “ท...ทำไม... ” “เห็นหน้านายแล้วมัน...ฮึ้ย ช่างเถอะ ” ไทจิขยี้หัวตัวเองแรงๆ เพื่อลบความคิดแปลกๆออกไป “ฉันกลับล่ะ ” ตัดสินใจได้แล้วไทจิก็หันกลับ เดินมุ่งหน้าไปทางบันได เขารู้สึกชาไปหมดทั้งตัว นี่เขาไม่ได้เพี้ยนนะ แต่ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาจริงๆเวลาประจันหน้ากับโคชิโร่ แค่เห็นตัวบางๆกับแก้มใสๆนั่นก็อยากคว้าตัวเขามากอด นี่มันเกิดอะไรกับตัวเขากันแน่ “ก็...ก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่ครับว่าไม่ได้น่ะ ” เสียงเล็กนั้นดังมาจากที่ที่เขาจากมาไม่ถึงอึดใจ รั้งตัวเขาที่เดินไปจนสุดทางเดินไม่ให้ก้าวขาต่อ ใบหน้าใสนั้นถูกระบายด้วยสีชมพูจัด ไวเท่าตาเห็น ไทจิวิ่งห้อกลับมาพร้อมรอยยิ้มแล้วรั้งร่างเล็กเข้าไปกอดเต็มรัก
“เตรียมใจไว้ซะ คืนนี้นายนอนไม่หลับแน่ ” พูดจบ มือเรียวประคองแก้มเนียนแผ่วเบา แล้วทาบทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากบาง ‘น่ารักชะมัด ! ปากของหมอนี่นุ่มอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย ’ ไทจิโห่ร้องอยู่ในใจด้วยความตื้นตัน •END• กรี๊ดดดดดดดด ในที่สุดก็จบ (ซักที) มีความสุ๊ข~~ (*´Д`) แอบน้อมรับความชุ่ยของตัวเอง ช่วงหลังๆอยากแต่งมากกว่านี้ แต่กลัวมันยาวเกินจนต้องขึ้นตอน 3 เอะๆๆๆ อยากแต่งตอนจบแบบ หวานนุ่มละมุนละไม จากกันด้วยความหวามหวานหวั่นไหว แต่กลับจบแบบติดตลกไปซะได้ (TロT) รู้สึกว่าเรื่องนี้เราจะดึงอารมณ์ของโคชิโร่ออกมาเรียบร้อย+หญิงไปหน่อย ...ไม่พอใจอย่างแรง อยากให้ขี้บ่น+ดื้อดึงกว่านี้นิดนึง (o ̄∇ ̄o) ไทจิก็อ่อนโยนเกินไป ที่จริงต้องขู่เข็ญ แล้วก็ตลกใสร่าเริงกว่านี้อีกหน่อย ฮึ้ยยยยยยยยยยยยย เรื่องหน้าเอาใหม่!!!!! ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงคิดพล็อตเรื่องต่อไป คิดว่าจะแต่งภาคผู้ใหญ่ของคู่นี้ (หลังจากได้ยินเสียง ซากุไรซังพากย์โอโตนะโคชิโร่ในตอนจบ DigiAd02 แล้วประทับใจมากกกก ♥ ) แน่นอนว่า เราจะใส่เลิฟซีนลงไปด้วย ∠(〃∇〃) แหะๆ แต่คงไม่เขียนลงไปโต้งๆหรอกนะ คงจะเลี่ยงๆ ตามแบบฉบับการแต่งเลิฟซีนของเรา ถึงจะดูเร่าร้อน แต่ไม่ถึงขั้นดุเด็ดเผ็ดมัน ฮะฮะ(เลิฟซีน กับ Angst เป็นอะไรที่ไม่ถูกกะเราสุดๆ! เราแต่งให้บีบใจใครไม่ด้ายยยยยยย) เฮ่อ... เอาเป็นว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เรื่องหน้า 'โอโตนะไทxโค' แน่นอนค่ะ! *หมายเหตุ * โอโตนะ (大人 ) แปลว่า "ผู้ใหญ่" ค่ะ
Theme song : FUNNY DAY [OST Yogurting]
Title: SUMMER DATE!! Author: purin•po Pairing: Taichi x Koushirou Fandom: Digimon Adventure 02 Rating: PG-13 Genre: A/U, Boy’s love, Fluff Status: Finished Summary: เดทครึ่งหลังที่สวนสนุกระดับโลก ช่วงค่ำแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ~!!Author’s note: ยิ่งแต่งยิ่งอยากไป Tokyo Disneyland อีกครั้ง ~ เราพลาดอะไรไปหลายอย่าง คิดว่าถ้ามีโอกาสได้ไปอีก เราจะทำทุกอย่างที่เราไม่ได้ทำที่นั่นค่ะ !! (ฮา) เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ทั้งคู่ยืนรอจนขาแข็งไปหมดแถมยังต้องรอนานกว่าเดิมหนึ่งรอบ เพราะรอบที่จะได้เล่นจริงๆดันตัดฉับ ตรงไทจิแยกเขากับโคชิโร่ เขาเลยยอมให้คนข้างหลังเลื่อนขึ้นมาเล่นก่อนเพื่อให้ได้เล่นพร้อมกับร่างบางในรอบถัดไป จนในที่สุดก็ได้เล่นเครื่องเล่นที่ยืนรออย่างทรหดเสียที โคชิโร่จับราวเหล็กแน่นเกือบตลอดเวลาตั้งแต่ รถไฟเริ่มขยับไต่ขึ้นรางที่ลาดชันจนไทจิเองก็สังเกตเห็น “ไม่น่ากลัวหรอกน่า ” เขาว่าเสียงกลั้วหัวเราะพลางกล่าวเสริมในใจ ‘ถ้ากลัวก็เขยิบมานั่งใกล้ๆฉันซะก็หมดเรื่อง ’ ที่นั่งบนรถไฟเหาะไม่ได้มีที่ล็อคไหล่ มีเพียงเหล็กที่วางล็อคบนตักไว้เท่านั้น โคชิโร่สั่นหัวแรงๆ “ไม่ได้กลัวครับ ” ไทจิยักไหล่ให้กับคนปากแข็งทีหนึ่ง “งั้นก็ตามใจ ” สิ้นเสียงของร่างสูง ขบวนรถไฟก็ทิ้งตัวลงมาตามรางที่ลาดชัน เหวี่ยงตรงทางโค้ง เหินขึ้น ร่อนลง ผู้คนบนรถหวีดร้องสุดเสียง ชูไม้ชูมือสนุกสนาน ผิดกับเด็กชายผมสีน้ำตาลแดง ที่นั่งหลับตาแน่นไม่มองสิ่งรอบข้าง “เฮ่ โคชิโร่ ” ไทจิสะกิดเขาเบาๆ “ไม่มีผีออกมาหรอกน่าลืมตาขึ้นมาเถอะ ”ไม่ได้ผล โคชิโร่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น “ถ้าไม่ลืมตา ฉันจูบจริงๆด้วย !!!” ในที่สุดโคชิโร่ก็ยอมลืมตาเสียที ไทจิรู้สึกเสียดายนิดๆ เขาชี้ให้ร่างเล็กดูทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านตาไปอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน หนึ่งในนั้นมีรถไฟของเครื่องเล่น Western River Railroad ที่ใช้สำหรับพาชมรอบๆ Adventure Land, Western Land และ Critter Countryผู้คนบน Western River Railroad ต่างโบกมือ ส่งเสียงเฮครืนขณะที่รถไฟเหาะวิ่งฉิว มาให้เห็นใกล้ๆ ไทจิโบกมือตอบกลับไปก่อนรถไฟจะพาร่างหายลับเข้าไปในเหมืองมืด มือเรียวแอบฉวยโอกาสกุมฝ่ามือเล็กที่เกาะราวเหล็กแน่นจนชื้นเหงื่อ “ไม่น่ากลัวเลยใช่มั้ยล่ะ? ” โคชิโร่พยักหน้าเบาๆในความมืด เขาคิดว่าโชคดีจริงๆที่ รถไฟนี่พาเขาเข้ามาในเหมืองที่มีแสงสลัวรำไร ไม่เช่นนั้นร่างสูงที่นั่งข้างๆกัน ต้องรู้แน่ว่าเขากำลังเขิน ..................... ไม่กี่นาที ทั้งคู่ก็ออกมายืนกางแผนที่สวนสนุกกันอีกครั้ง โคชิโร่มีท่าทีที่ผ่อนคลายลง อย่างเห็นได้ชัด เขายืนมองร้านรวงขายของที่ระลึกทำจากไม้ ส่วนใหญ่ร้านค้าที่เมืองนี้ ให้บรรยากาศของคาวบอยนิดๆ อยู่ดีๆภาพยนตร์คาวบอยอย่าง ‘โบรคแบ็คเมาน์เทน ’ ที่กล่าวถึงความรักต้องห้ามของคาวบอยหนุ่มสองคนก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาสะบัดหัว พลางโบกมือไล่ความคิดแปลกๆออกไป จนเห็นว่าไทจิกำลังมองอยู่ เจ้าตัวก็เลยยิ้มเจื่อนๆ “นี่ก็เที่ยงวันเข้าไปแล้ว ฉันว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่ามั้ย? ” ร่างสูงเอียงคอถาม เชิงขอความเห็น เขายื่นแผนที่ให้โคชิโร่ดู “นายเลือกเลยอยากกินที่ไหน ” “ผมว่าไปที่นี่ดีมั้ย? ” นิ้วเรียวขาวชี้ไปที่ Grandma Sara’s Kitchen ที่ Critter Country ซึ่งเป็นเมืองใกล้ๆกัน อ่านจากรายละเอียดแล้ว ‘ครัวของคุณยายซาร่า ’ จะจำหน่ายอาหาร ที่ค่อนข้างอยู่ท้อง อย่างเช่น กราแตง , สลัด เป็นภัตตาคารที่สามารถจุคนได้ถึง 406 ที่นั่ง ที่สำคัญ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่นเครื่องเล่นใน Critter Country (เครื่องเล่นในเมืองนี้ ได้แก่ Splash Mountain ที่อาจทำให้เสื้อผ้าเปียก และ Braver Brothers Explorer Canoes ที่ กินเวลาค่อนข้างนาน แถมทำได้แค่พายเรือแคนูสำรวจรอบๆ) แต่ก็ได้แวะเข้าไปในเมืองนี้แล้ว ใกล้ๆกับภัตตาคาร คือ Haunted Mansion คฤหาสน์ผีสิงใน Fantasy Land ภายในเป็นเครื่องเล่นแบบขับเคลื่อน โดยยานพาหนะหนึ่งนั่งได้ 3 คน ติดกันนั้นกันคือ Queen of Heart’s Bouquet Hall ซึ่งเป็นภัตตาคารแฟนตาซีบุฟเฟ่ต์ สีสันที่สดใสและการตกแต่งที่สุดอลังการ ราวกับว่าหลุดไปอยู่ใน Wonderland จริงๆ ทั้งคู่รู้สึกผิดพลาดสุดๆ ที่ดันเข้าครัวคุณยายซาร่าหาอะไรกินจนอิ่มแน่นไปหมด ไม่อย่างนั้นคงได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศแปลกๆที่บูเก้ฮอลล์ของราชินีหัวใจกับทหารสำรับไพ่ แน่ๆ เลยชวนกันไปเล่นเครื่องเล่นน่ารักๆที่อยู่ใจกลางเมือง Fantasy Land แก้เศร้า “ไปเล่นดัมโบ้กัน ” ไทจิชี้ไปที่ Dumbo the Flying Elephant ซึ่งเป็นเจ้าช้างน้อยดัมโบ้ บรรทุกผู้โดยสาร 2 คนบินร่อนชมบรรยากาศรอบๆในมุมสูง ไม่นานทั้งคู่ก็ขึ้นมารับลมเย็นๆ มองเห็นปราสาทซินเดอเรลลาภายใต้ท้องฟ้าใสชัดเจนกว่าเดิม “ไทจิซัง อันนั้นก็น่าสนนะ ” โคชิโร่ชี้ไปที่ Alice’s Tea Party ที่อยู่ถัดไปจากดัมโบ้ไม่เท่าไร เป็นถ้วยชาหมุนที่ผู้เล่นสามารถเหวี่ยงถ้วยชาของตัวเองให้เร็วเท่าไรก็ได้ตามต้องการ ด้วยสีสันที่สดใสของถ้วยชาที่หมุนกันสะเปะสะปะ ดูสมกับเป็นงานเลี้ยงน้ำชาป่วนๆของ อลิซเสียจริง ร่างสูงหัวเราะร่าเริง “ถ้างั้นช่วงค่ำๆมาเล่นม้าหมุนนี่นะ? ” ไทจิต่อรอง โคชิโร่ชะโงกมอง เครื่องเล่นชื่อ Cinderella’s Golden Carousel ที่เป็นม้าหมุนสวยอลังการที่ตั้งอยู่ ติดกับดัมโบ้ ขนาดตอนกลางวันยังดูสวยขนาดนี้ ถ้าเป็นตอนกลางคืนที่เครื่องเล่นเปิดไฟ คงสวยงามโรแมนติคน่าดู ร่างเล็กแอบส่งสายตาทะเล้นให้ราวกับรู้ทัน “...ไม่น่าพูดเลยแฮะ ไม่เซอร์ไพรส์กันพอดี ” ไทจิหันมาบ่นคนเดียวเบาๆ ..................... หลังจากเล่นถ้วยชาเสร็จ ทั้งคู่เดินเรื่อยมาจนถึงหน้าทางเข้า Toontown แล้วมองหน้ากัน ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองการ์ตูนแล้ว ภายในคงเต็มไปด้วยเด็กๆแน่ เพราะสารพัดเครื่องเล่น ก็สร้างสรรค์ออกมาเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะ ไทจิตัดสินใจเดินเข้าไป เป็นอย่างที่คิด ในเมืองเต็มไปด้วยเด็กเล็กๆและคนที่มาเป็นครอบครัว มองไปทางไหนก็ มีแต่บรรดาคุณพ่อคุณแม่และลูกๆ ทั้งคู่หันกลับมามองหน้ากันอีกครั้ง “เอ่อ...เห็นแล้วอยากมีลูกกะเขามั่ง ” ไทจิพูดติดตลก “อ้าว นั่นนายจะไปไหน? ” “ไปซื้อไอศกรีมครับ คราวนี้ผมเลี้ยงเอง ” ร่างเล็กผมชี้สีแดงเดินกึ่งวิ่งไปยัง ร้านรถเข็นเล็กชื่อ Out of Bounds Ice Cream ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมไอศกรีม อัดแท่งรูปหน้ามิคกี้เม้าส์ และมินนี่เม้าส์ “ของไทจิซังมิคกี้รสส้ม ของผมมินนี่รสแอปเปิล ” ไทจินับไอศกรีมจากมือเล็ก แต่ไม้ไอศกรีมสั้นเกินไปเลยเผลอไปจับโดนนิ้วขาวๆของอีกคนเข้า ทั้งคู่แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจก็จริง แต่ต่างคนต่างก็มีรอยยิ้มบางๆระบายอยู่บนใบหน้า “นี่โคชิโร่ ฉันอยากชิมรสแอปเปิลมั่ง ” เขาแกล้งชะโงกหน้าไปเลียไอศกรีมของโคชิโร่ ตรงที่เรียวปากบางเพิ่งจะผละออกไป ได้ผล โคชิโร่นั่งนิ่ง แม้ไม่มองหน้า แต่ใบหูของร่างเล็กก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แดงมาถึงหูแบบนี้ หน้าก็คงแดงกล่ำเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้วเหมือนกัน ร่างสูงแอบขำอยู่ในใจ การแกล้งโคชิโร่คงเป็นเรื่องโปรดปรานของไทจิไปแล้วจริงๆทั้งสองคนเดินไปเรื่อยๆพร้อมไอศกรีม จนถึง Tomorrow Land เมืองนี้ดูเรียบๆไม่หวือหวา เครื่องเล่นก็ค่อนข้างจะดูผู้ใหญ่ไปสักนิด แต่ก็น่าสนุก โคชิโร่สนอกสนใจ Space Mountainที่มีคนเข้าแถวอยู่เยอะมากจนไม่หวังว่าจะได้รอแค่ชั่วโมงครึ่ง เขาอาจต้องใช้เวลา ที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อรอเล่นเจ้าเครื่องเล่นนี้ก็ได้ “อยากเล่นเจ้านี่หรอ? ” โคชิโร่พยักหน้า “งั้นก็เล่นสิ นายรอไหวรึเปล่าล่ะโคชิโร่? ” คำตอบคือพยักหน้า ไทจิโอบไหล่เขาไว้หลวมๆ แล้วพาเดินไปต่อแถวยาวเหยียด อากาศที่ทั้งร้อน คนก็มากมาย ทำเอาทั้งคู่เกือบหมดแรงอยู่หน้า Space Mountainไทจิยกมือขึ้นปาดเหงื่อตัวเองหลายครั้งจนโคชิโร่รู้สึกลำบากใจ “อย่าคิดมากไปหน่อยเลยน่า ” ร่างสูงขยี้เรือนผมแดงของคนตัวเล็กเบาๆ เขาเองก็รู้ว่า โคชิโร่คงกำลังรู้สึกผิดที่ตัวเองทำให้เขาต้องมายืนรอเป็นเพื่อน แต่ช่วยไม่ได้เหมือนกัน ที่เขาดันเป็นคนออกปากไปเองว่า ‘ให้โคชิโร่เอาแต่ใจตัวเองได้หนึ่งวัน ’ พักใหญ่ๆทั้งคู่ก็ได้เข้าไปนั่งจรวดชมแสงสีและภาพลวงตาตื่นตาตื่นใจ “ไทจิซัง ไป MicroAdventure! กันต่อเถอะ ” มือเล็กดึงชายเสื้อไทจิเบาๆ MicroAdventure! เป็นโรงหนังที่จะฉายหนัง 4 มิติ ถึงแม้จะไม่สุดยอดเท่า Universal Studio ที่โอซาก้า แต่ก็นับว่าทำได้ดี จนเวลาล่วงเลยมาถึงหกโมงเย็น ..................... “เหนื่อยเหรอ? ” ไทจิชะโงกถามร่างเล็กที่เดินข้างกัน ไทจิเองวันนี้ลุยมาทุกเมืองแล้วก็จริง แต่เขาซ้อมฟุตบอลบ่อยๆก็เลยไม่รู้สึกอะไรมาก ห่วงก็แต่โคชิโร่ที่ไม่ค่อยออกไปไหน นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน “ป...เปล่าครับ ไม่เหนื่อยเลย ” “โกหกเห็นๆ หน้านายมันบอกว่าเหนื่อย ” ร่างสูงเอื้อมมือไปโอบไหล่ “งั้นเราไปนั่งเล่น หาอะไรกินที่ World Bazaar ละกัน แล้วค่ำๆฉันจะพาเดินเล่นอีก ตกลงมั้ย? ” ทั้งสองคนเดินกลับออกมาที่ World Bazaar อีกครั้ง ไทจิเลือก Center Street Coffee House เป็นที่สำหรับดินเนอร์ แม้ว่าจะมองไม่เห็นปราสาทซินเดอเรลลา แต่อาหารที่นี่ก็มากพอ เหมาะสำหรับเป็นมื้อเย็นของวันนี้โดยที่ไม่ทำให้คุณแม่ของโคชิโร่ต้องเป็นห่วง บรรยากาศภายในร้านยุค ’30s ที่ยิ่งค่ำ แสงไฟก็ยิ่งทำให้ทั้งร้านดูเหมือนอาบไปด้วยทองคำ ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ไม่ใช่ห้องอาหารโรงแรมห้าดาวหลังจากนั่งเล่นจนพอใจ ไทจิพาโคชิโร่ออกมาข้างหน้า World Bazaar ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน ขบวนอิเล็คทริคอลพาเหรดพร้อมเหล่าตัวการ์ตูนกำลังสนุกสนานอยู่หน้าปราสาทซินเดอเรลลา นั่นทำให้ไทจินึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้ทั้งวันยังไม่ได้ดูพาเหรดเลย “นี่เราลืมพาเหรดกลางวันไปได้ไงนะ ” โคชิโร่เงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงที่ขยี้ผมสีน้ำตาลเข้ม ของตัวเองจนยุ่งไม่แพ้ใบหน้า เขาลอบยิ้มกว้างในความมืดสลัว วันนี้ไทจิคงพยายามจะทำให้เป็น เพอร์เฟ็คต์เดทสำหรับเขาแน่ๆถึงได้ดูยุ่งยากขนาดนี้ ที่จริงมันไม่สำคัญเลยสักนิดเดียว “แค่อยู่กับไทจิซังทั้งวัน ผมก็พอใจแล้วครับ ”“เมื่อกี๊นายว่าอะไรนะโคชิโร่? ” เสียงพาเหรดและผู้คนครึกครื้น บวกกับไทจิที่มัวแต่ บ่นโทษตัวเอง ทำให้ประโยคที่โคชิโร่เอ่ยออกมานั้นเบาเหมือนเสียงลมอ่อนๆ ร่างบางเพียงส่ายหัวเบาๆพร้อมส่งรอยยิ้มกลับมาให้ “ผมแค่บอกว่า ‘ไหนไทจิซังว่าจะไปเล่นม้าหมุนไง ’ เท่านั้นเองนะ ” ..................... บรรยากาศยามค่ำคืนของ Tokyo Disneyland ยังคงเต็มไปด้วยผู้คน แต่ที่น่าสนกว่านั้น คือแสงสีของเหล่าเครื่องเล่นที่โดดเด่นเมื่ออยู่ในความมืด ทั้งไทจิและโคชิโร่ดู ตื่นตาตื่นใจไปกับแสงไฟมากจนเกือบจะลืมว่ากลับเข้ามาในสวนสนุกทำไม ตอนนี้ Cinderella’s Golden Carousel เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ดูหรูหราสวยงาม ไม่แพ้ม้าหมุนที่ดูเหมือนกำลังควบช้าๆด้วยท่วงท่าสง่า แม้จะเป็นเครื่องเล่นที่ดู เหมาะสำหรับสาวน้อย แต่ทั้งคู่ไม่อายเลยที่จะยอมรับว่าอยากเล่นม้าหมุนสวยๆนี่เหลือเกิน ไทจิเลือกม้าตัวนอกสุดสำหรับโคชิโร่เพราะจะได้เห็นปราสาทซินเดอเรลลาที่กำลังส่องแสง ส่วนตัวเขาเลือกม้าที่อยู่ใกล้ๆกัน เสียงเพลงของเครื่องเล่นดังเบาๆชวนให้คิดว่าตัวเอง เป็นซินเดอเรลลาเสียจริงๆ ไทจิยื่นมือให้ร่างเล็กจับขณะลงจากม้าหมุน เขายิ้มให้บางๆ โคชิโร่เองก็ยิ้มกลับเหมือนกัน วันนี้ทั้งวันเขาเองก็อยากคว้ามือเรียวของร่างสูง มาจับไว้แน่นๆ ไม่ต่างจากไทจิที่แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่จูงมือพาเที่ยวทั้งวัน แต่ถึงแม้คนจะเยอะจนไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ทั้งคู่ก็ไม่กล้าเดินกุมมือร่อนไปทั่วเมือง จะมีให้ฉวยโอกาสได้บ้างนิดหน่อยก็ตอนเล่นเครื่องเล่น และตอนนี้ !!! “ฉันจับไว้อย่างนี้ได้มั้ย? ” เป็นร่างสูงที่เอ่ยปากถาม เขากุมฝ่ามือเล็กไม่ปล่อย “ถ้าผมบอกว่าไม่ได้ล่ะ? ” ถึงจะถามกลับแบบนั้น แต่โคชิโร่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาไม่คิดจะชักมือกลับ เพียงแต่บีบมือไทจิกลับเบาๆก็เท่านั้น “ฮะฮะ ถึงนายไม่ให้จับฉันก็จะจับ ”ระหว่างทางที่เดินกลับมา World Bazaar แทบไม่มีบทสนทนาอะไรเลย มีเพียงความรู้สึกที่ส่งผ่านมือที่เกาะกุมกันไว้เท่านั้น อากาศยามค่ำคืนดูจะอ่อนโยน ผิดกับกลางวันที่ร้อนจนแทบจะเผาเขาสุกตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน ตอนนี้ร้านรวงใน World Bazaar ประดับประดาด้วยดวงไฟสวยงาม ตู้กระจกที่ดูเรียบง่ายในตอนกลางวัน ยามนี้กลับดูโดดเด่น ตัวการ์ตูนในตู้ดูราวกับมีชีวิตภายใต้แสงไฟสีทอง ไทจิและโคชิโร่เดินเข้าออกร้านขายของที่ระลึกทีละร้าน จนใกล้เวลาที่เฝ้ารอ “โคชิโร่ มานี่เร็ว ” ไม่พูดเพียงอย่างเดียว ไทจิฉวยข้อมือของอีกฝ่ายลากตามมาด้วย ถึงแม้ว่าโคชิโร่จะไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงรู้สึกเหนื่อยใจนิดๆ วันนี้เกือบทั้งวันเขาโดน ลากไปไหนต่อไหนตลอด จะมีเอาแต่ใจตัวเองบ้างแค่เล็กน้อยเท่านั้น ร่างสูงพาเขา ออกมาที่หน้า World Bazaar ที่เหล่าตัวการ์ตูนกำลังให้ความบันเทิงแก่ผู้คน เสียงเพลงที่สนุกสนานกับแสงสีที่ตระการตานั้นทำให้ตื่นเต้นได้ไม่เท่ากับ ดอกไม้ไฟหลากสีหลายรูปแบบที่วาดลวดลายอยู่ผืนฟ้าสีนิล ร่างบางเผลอครางออกมาไม่รู้ตัว “ขอบใจนะ ” เสียงไทจิดังแทรกเสียงดอกไม้ไฟขึ้นมา “ที่วันนี้ยอมมากับฉัน ” “ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ...ไทจิซัง ” มือเรียวเอื้อมมาลูบหัวคนตัวเล็กแผ่วเบา หลายต่อหลายครั้งที่ทั้งเขาทั้งโคชิโร่ทะเลาะถกเถียงกัน ไม่ต้องบอกก็เดาออกว่า ตัวเขาเองที่อารมณ์ร้อน มักจะหัวเสียใส่โคชิโร่อยู่บ่อยๆ ถึงมันจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่ปากของเขาจะพูดจาชวนทะเลาะ แต่หลังจากนั้นแล้วเขาก็รู้สึกผิดที่ทำลงไปเสมอ เขามักจะกลับมาง้องอดร่างบางด้วยการขอโทษ และก็ได้รับการอภัยกลับมาทุกครั้ง แม้ว่าเขาจะดีแต่โผงผาง บุ่มบ่าม หรือโคชิโร่ที่เอาแต่คิดแล้วคิดอีก คิดซ้ำๆเพื่อ หาหนทางที่ดีที่สุด แต่ท้ายที่สุดเขาทั้งคู่ก็เข้าขากันได้ดี โคชิโร่เป็นรุ่นน้องที่ อยู่ในโอวาทเสมอ ทั้งที่น่าจะพอใจ เขากลับรู้สึกอยากให้มันมากกว่านั้น ..................... ไทจิมาส่งโคชิโร่ถึงประตูบ้านเหมือนเดิม ถึงตอนนี้ร่างเล็กจะถอดหูถอดหาง ออกไปหมดแล้ว ตั้งแต่ช่วงเย็นมานี่เขาเองก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าใสของอีกฝ่าย ที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดๆเป็นครั้งแรกจนเผลอมองนานไปนิด “ไทจิซัง? ” เสียงเล็กนั้นดึงให้ไทจิหลุดจากภวังค์ “อ...อ้อ ’โทดที ” เขาเกาหัวแกรก “ถ้างั้นฉันกลับล่ะ ” “เดี๋ยวก่อนครับ ” ไทจิหันกลับมาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม “คือ...ขอบคุณมากครับ ”ไทจิรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาอยากให้โคชิโร่ทำอย่างอื่นมากกว่าพูดขอบคุณ เขาหวังอะไรอยู่นะ “วันนี้ผมสนุกมาก จริงๆนะ แล้... ” “โคชิโร่ !!!!” ร่างเล็กกลืนคำพูดของตัวเองลงคอไปหมด อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็ ส่งเสียงดังขัดขึ้นมา นี่เขาพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ “ค...ครับ ” เขาต้องพูดอะไรผิดไปแน่ ดูร่างสูงจะทำหน้าจริงจัง โคชิโร่รู้สึกเกร็ง ไทจิกำลังย่างสามขุมเข้ามา นี่เขาจะโดนชกหน้าหงายรึเปล่า วันนี้อารมณ์ดีมาทั้งวัน แต่เขาพูดไม่เข้าหูไปนิดเดียวก็ถึงกับจะต่อยเลยหรือ วันนี้เขาทำตัวไม่ดีรึเปล่า ไทจิเอื้อมมือตะครุบจับไหล่บาง โคชิโร่หลับตาแน่น “ขอจูบได้มั้ย !!??” “...ห๊ะ? ” นี่มันยิ่งกว่าที่คิดไว้เสียอีก ถ้าเรื่องโดนชกเขาพอจะเตรียมใจทัน แต่เรื่องที่ร่างสูงขอมานี้มันกะทันหันเสียจนใจเต้นแรง “ท...ทำไม... ” “เห็นหน้านายแล้วมัน...ฮึ้ย ช่างเถอะ ” ไทจิขยี้หัวตัวเองแรงๆ เพื่อลบความคิดแปลกๆออกไป “ฉันกลับล่ะ ” ตัดสินใจได้แล้วไทจิก็หันกลับ เดินมุ่งหน้าไปทางบันได เขารู้สึกชาไปหมดทั้งตัว นี่เขาไม่ได้เพี้ยนนะ แต่ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาจริงๆเวลาประจันหน้ากับโคชิโร่ แค่เห็นตัวบางๆกับแก้มใสๆนั่นก็อยากคว้าตัวเขามากอด นี่มันเกิดอะไรกับตัวเขากันแน่ “ก็...ก็ยังไม่ได้บอกเลยนี่ครับว่าไม่ได้น่ะ ” เสียงเล็กนั้นดังมาจากที่ที่เขาจากมาไม่ถึงอึดใจ รั้งตัวเขาที่เดินไปจนสุดทางเดินไม่ให้ก้าวขาต่อ ใบหน้าใสนั้นถูกระบายด้วยสีชมพูจัด ไวเท่าตาเห็น ไทจิวิ่งห้อกลับมาพร้อมรอยยิ้มแล้วรั้งร่างเล็กเข้าไปกอดเต็มรัก
“เตรียมใจไว้ซะ คืนนี้นายนอนไม่หลับแน่ ” พูดจบ มือเรียวประคองแก้มเนียนแผ่วเบา แล้วทาบทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากบาง ‘น่ารักชะมัด ! ปากของหมอนี่นุ่มอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย ’ ไทจิโห่ร้องอยู่ในใจด้วยความตื้นตัน •END• กรี๊ดดดดดดดด ในที่สุดก็จบ (ซักที) มีความสุ๊ข~~ (*´Д`) แอบน้อมรับความชุ่ยของตัวเอง ช่วงหลังๆอยากแต่งมากกว่านี้ แต่กลัวมันยาวเกินจนต้องขึ้นตอน 3 เอะๆๆๆ อยากแต่งตอนจบแบบ หวานนุ่มละมุนละไม จากกันด้วยความหวามหวานหวั่นไหว แต่กลับจบแบบติดตลกไปซะได้ (TロT) รู้สึกว่าเรื่องนี้เราจะดึงอารมณ์ของโคชิโร่ออกมาเรียบร้อย+หญิงไปหน่อย ...ไม่พอใจอย่างแรง อยากให้ขี้บ่น+ดื้อดึงกว่านี้นิดนึง (o ̄∇ ̄o) ไทจิก็อ่อนโยนเกินไป ที่จริงต้องขู่เข็ญ แล้วก็ตลกใสร่าเริงกว่านี้อีกหน่อย ฮึ้ยยยยยยยยยยยยย เรื่องหน้าเอาใหม่!!!!! ตอนนี้เลยอยู่ในช่วงคิดพล็อตเรื่องต่อไป คิดว่าจะแต่งภาคผู้ใหญ่ของคู่นี้ (หลังจากได้ยินเสียง ซากุไรซังพากย์โอโตนะโคชิโร่ในตอนจบ DigiAd02 แล้วประทับใจมากกกก ♥ ) แน่นอนว่า เราจะใส่เลิฟซีนลงไปด้วย ∠(〃∇〃) แหะๆ แต่คงไม่เขียนลงไปโต้งๆหรอกนะ คงจะเลี่ยงๆ ตามแบบฉบับการแต่งเลิฟซีนของเรา ถึงจะดูเร่าร้อน แต่ไม่ถึงขั้นดุเด็ดเผ็ดมัน ฮะฮะ(เลิฟซีน กับ Angst เป็นอะไรที่ไม่ถูกกะเราสุดๆ! เราแต่งให้บีบใจใครไม่ด้ายยยยยยย) เฮ่อ... เอาเป็นว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เรื่องหน้า 'โอโตนะไทxโค' แน่นอนค่ะ! *หมายเหตุ * โอโตนะ (大人 ) แปลว่า "ผู้ใหญ่" ค่ะ
Theme song : FUNNY DAY [OST Yogurting]
Title: The last ans., don’t be so jealous!. Author: purin•po Pairing: Taichi x Koushirou Fandom: Digimon Adventure 02 Rating: NC-17 Genre: A/U, Flangst, Yaoi Status: Finished Summary: หึง หวง ห่วงเธอ !!!! (เน่าได้อีก 55+) Author’s note: เรื่องนี้เซอร์วิสแต่ฉาก ฉาก ฉาก และฉาก !!!ฉากที่ยืดเยื้อ (ฮา) แต่งเองเขินเอง เราขุดวิชาเกือบทั้งหมดที่มีในหัวออกมาเลยค่ะ เพราะเพิ่งเคยแต่งฉากเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก... ช่วงที่แต่งอยู่นี่เราก็ขุดทั้ง CG, มังงะ , OVA บลาๆ สารพัดสารเพมาดูฉาก ประกอบการแต่ง ฮะฮะ ตอนแรกว่า จะพอแล้วล่ะ แต่เรารู้สึกว่ามันน่าจะนานกว่านี้ เพราะโคชิโร่เองก็...ด้วยมือไทจิ ไปครั้งนึงแล้ว เหมือนกัน กร๊าซ ~~ เราต้องการสื่อให้เห็นว่าไทจิอยากแกล้ง แก้เผ็ดโคชิโร่น่ะค่ะ อย่างฉากงับต้นขา กับออนท็อป (ฮา) WARNING!!! ฟิคชั่นในบล็อกนี้เป็นBOY'S LOVE FICTION ทั้งสิ้นค่ะ!!!! ท่านใดที่รับเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้ไม่ได้ กรุณาปิดหน้าต่างนี้เมื่ออ่านข้อความนี้จบ ขอบพระคุณค่ะ m(_ _)m แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผืนผ้าม่านที่เผยอเล็กน้อยเข้ามาภายในห้องเงียบ เวลาล่วงเลยมาจนถึงเกือบแปดนาฬิกาซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ ผู้คนมากมาย กำลังเดินทางไปบริษัท หรือสถานที่ทำงานของตน เด็กนักเรียนที่โรงเรียนใกล้ๆ จับกลุ่มเดินพูดคุยกันเจื้อยแจ้ว ผิดกับร่างโปร่งบางที่นอนคุดคู้อยู่ในกองผ้านวมหนา เขาซุกหน้ากับหมอนเพื่อหลบแสงแดดที่ส่องลอดเข้ามารบกวนการนอนหลับ ขยับกายเพื่อหาที่เหมาะสำหรับการนอน สะดุ้งน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปลาบ ที่สะโพกบาง เขาครางเบาๆในลำคอ ประตูไม้แข็งแรงถูกผลักเปิดออกอย่างเบามือโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่างลงบนผืนพรมสีครีมนั้นเบาเสียจนถูกเสียงภายนอกกลบ เขามองเห็นเรือนผมสีน้ำตาลแดงคุ้นตากระจายตัวไม่เป็นระเบียบอยู่บนหมอนใบนุ่ม สร้างรอยยิ้มบางๆให้กับผู้พบเห็น มือเรียวเอื้อมไปหยอกล้อกับเส้นผมยุ่ง รบกวนคนขี้เซาให้เงยหน้าขึ้นมามอง“จะแปดโมงแล้วนะ ” ร่างสูงผู้มาใหม่ก้มกระซิบบอกข้างใบหู ริมฝีปากได้รูป ขบเม้มติ่งหูเบาๆให้อีกฝ่ายตกใจเล่น “ท...ไทจิซัง !” ได้ผล ร่างบางตรงหน้าผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ้านวมผืนหนา ที่ร่นลงเผยให้เห็นผิวขาวเนียนของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยจ้ำแดง เขาเอื้อมมือ เชยคางมนของอีกฝ่ายเบาๆแล้วกดริมฝีปากลงบนกลีบปากบางสีชมพูจาง บดเบียดจนกลีบปากนั้นแดงช้ำ ร่างโปร่งบางพยายามดันอกกว้างของอีกฝ่าย ให้ถอยออกไปแต่ไม่เป็นผล ลมหายใจของผู้ถูกรุกรานเริ่มขาดเป็นห้วงๆ จังหวะที่ปากบางเผยอเพื่อรับอากาศ เรียวลิ้นอุ่นของร่างสูงก็แทรกเข้าไป ในโพรงปากเล็กที่อุ่นชื้น หยอกล้อกับเรียวลิ้นเล็กอย่างย่ามใจ “อืม... ” เสียงหวานนั้นครางในลำคอแผ่วเบา อยู่ดีๆแรงขัดขืนก็หายไปหมด ร่างสูงละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งหอบน้อยๆอยู่ตรงขอบเตียง “ทีนี้ตื่นรึยังคนขี้เซา? ” ไทจิจุดยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย “ครับ ตื่นแล้วครับ อึก... ” เขานิ่วหน้าเล็กน้อยให้สะโพกที่ปวดหนึบ การผุดลุก อย่างรวดเร็วนั้นไม่เป็นการดีเลยสำหรับสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ “เร็วๆนะ เดี๋ยวอาหารเช้าจะเย็นซะหมด ” ร่างสูงสั่งทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูลง ทิ้งโคชิโร่ไว้กับความสับสนที่ตัวเองเป็นคนหยิบยื่นให้แต่เช้า ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ มือบางควานหาเสื้อนอนอย่างร้อนรน “คุณพ่อ ~” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงเอ่ยขึ้นเมื่อประตูเปิดออก เธอวิ่ง เข้ามากอดโคชิโร่ที่นั่งทำหน้าสะลึมสะลืออยู่บนเตียง “โคโกะไปโรงเรียนนะคะ ”“โคโกะจังไปกับไดจิคุงเหรอ? ” น้ำเสียงนุ่มนั้นเอ่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน มือบางลูบเรือนผมสลวยที่มีสีเดียวกับตนอย่างเอ็นดู “อื้ม ปะป๊าไทจิจะไปส่ง ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ “เอาหนังสือไปด้วยรึเปล่า? ” โคชิโร่ยิ้มกว้างเมื่อเด็กหญิงพยักหน้าเร็วๆ “ไดจิคุงเด็กกว่า เพราะฉะนั้นโคโกะจังอย่าแกล้งน้องนะ ”“โคโกะจัง ~ ไปกันเถอะ ” เสียงสดใสของเด็กชายตัวเล็กๆดังมาจากชั้นล่าง “เดี๋ยวเถอะ ก็บอกให้เรียกว่า ‘พี่โคโกะ ’ ไงล่ะ ” เด็กหญิงตะโกนกลับไป โคชิโร่ลุกขึ้นช้าพยายามไม่ให้ร่างกายยกระทบกระเทือนมาก เขาเดินกระย่องกนะแย่ง ลงไปส่งเด็กๆถึงหน้าประตู โคโกะช่วยไดจิใส่รองเท้าแล้วจูงมือพาออกไปรอข้างนอกบ้าน “ไปนะคะ/ฮะ ” ชายผมแดงยุ่งเหยิงในชุดนอนยับยู่ยี่โบกมือน้อยๆให้เด็กทั้งสอง “แล้วจะรีบกลับนะ ” ไทจิที่เข้ามาสวมกอด ฉวยโอกาสหอมแก้มใสแล้ว เดินกึ่งวิ่งตามเด็กๆออกไป ทิ้งให้ร่างบางยืนโวยวายด้วยความตกใจอยู่คนเดียว .................... “ก็อย่างที่บอกครับไทจิซัง วันนี้ผมกลับค่ำนะ ” เสียงที่คุ้นเคยกรอกมาตามสาย “ ฝาก โคโกะด้วยนะครับ ”“จะให้ไปรับมั้ย? ” ปลายสายบอกปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ร่างสูงพับโทรศัพท์เครื่องบางเก็บ ในใจรู้สึกขุ่นมัวเล็กน้อย ถ้าไปทานมื้อเย็นกับเพื่อนร่วมงาน แน่นอนว่าหนึ่งในนั้น จะต้องมี คิโดะ ชู พี่ชายของรุ่นพี่โจอยู่แน่ คิดได้อย่างนั้นไทจิก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาก็พอจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนขี้หวงขนาดไหน แต่นี่อีกฝ่ายเป็นถึงพี่ชายของรุ่นพี่โจ ทั้งที่ดูจะเป็นคนที่น่าเชื่อถือมากแท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกสังหรณ์อะไรแปลกๆ “เฮ้อ... ” ร่างสูงทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้นวมสีดำสุดหรู ทอดลมหายใจยาวพลางบีบนวด บริเวณหัวคิ้ว เขาพยายามปล่อยวางแล้วดึงความสนใจของตัวเองกลับมาที่กองเอกสาร ตรงหน้าอีกครั้งอย่างยากลำบาก แต่การพย