[Short Fiction] SUMMER DATE!! -1- (TaiKou Couple)
Title: SUMMER DATE!!
Author: purin•po
Pairing: Taichi x Koushirou
Fandom: Digimon Adventure 02
Rating: PG-13
Genre: A/U, Boy’s love, Fluff
Status: 1st chapter
Summary: ไทจิพาโคชิโร่ไปเดทรับลมร้อนกันที่ Tokyo Disneyland จ้า~
Author’s note: ฟิคสั้นสนองความเสี้ยนของเรา (ฮา) เนื่องจากช่วงนี้พีค+ว้อนท์คู่นี้มาก
ประกอบกับได้อ่านฟิคอังกฤษแล้วรู้สึกขัดใจเล็กๆ เลยอยากแต่งเอง เอามาลงไว้เล่นๆหาเรื่อง
อัพไดฯ เป็นฟิคเรทเบาๆ (มากกกกกก) เพราะเราไม่นิยมแต่งฉากเคร่อะ หึหึ
![]()
“...ร้อน” กลางเดือนสิงหาคมของประเทศเกาะเล็กๆทางตะวันออกตรงกับช่วงฤดูร้อน
แม้ว่าจะมีถิ่นที่ตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร แต่อากาศในฤดูร้อนของที่นั่นกลับไม่ปราณีใคร
เสียงจักจั่นดังเซ็งแซ่จนหูอื้อ ไม่ต่างไปจากเสียงผู้คนบ่นระงมกับอากาศที่ไม่มีทีท่า
จะเย็นลงง่ายๆ เช่นเดียวกับ ยางามิ ไทจิ เด็กชายที่แม้จะเกิดในช่วงฤดูร้อน แต่กลับ
ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนเลยแม้แต่นิด เขานอนกลิ้งขลุกอยู่บนที่นอน ปากบ่นไม่หยุดเพราะ
อุณหภูมิในห้องที่สูงขึ้นเรื่อยๆหลังจากเครื่องปรับอากาศตั้งเวลาหยุดการทำงานของตัวเองลง
ไทจิเอื้อมมือหยิบนาฬิกาปลุกที่หัวเตียง ขณะนี้เวลาล่วงไปเกือบ 9 โมงเช้า เขาพยายาม
ปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ
“พี่คะ?” ฮิคาริแง้มประตูออกเล็กน้อย เธอยิ้มให้พี่ชายที่นั่งขยี้ตาด้วยความง่วงงัน
“ข้าวเช้าเสร็จแล้ว พี่รีบๆตามมานะ”
“อา... ขอบใจนะฮิคาริ” เขาลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจหลังจากประตูปิดลง ทุกเช้าเสาร์-อาทิตย์
น้องสาวของเขามักจะมาปลุกเสมอ ไทจิรักฮิคาริมาก ฮิคาริเป็นน้องสาวคนเดียวและอยู่
ใกล้ชิดกับไทจิมาตั้งแต่เด็ก แม้จะย้ายมาอยู่โอไดบะแล้วทั้งคู่ก็ยังใช้ห้องนอนร่วมกัน
จนกระทั่งไทจิอยู่ ป.6 เตียงสองชั้นจากเดิมที่ไทจิจะจับจองพื้นที่ชั้นบนไว้ กลายเป็นที่วางของ
ไปกว่าครึ่ง นั่นสร้างความรู้สึกเหงาเล็กๆให้กับทั้งคู่ในช่วงแยกห้องใหม่ๆ เขาเดินเซื่องซึม
เข้าห้องน้ำไปเกือบ 15 นาทีก็ออกมา
“ทำไมร้อนอย่างนี้นะ แม่ฮะ เปิดแอร์ได้มั้ย?” เขาถามหลังจากเปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลม
“ยังเช้าอยู่เลย” เสียงแม่ของเขาดังมาจากในครัว “บ่ายๆค่อยเปิดละกันนะไทจิ”
“ก็ได้ฮะ” ไทจิทิ้งตัวลงบนโซฟาที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น กระดกกระป๋องน้ำอัดลมดื่ม
พลางคิดอะไรดีๆออก เขายันกายลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องแล้วกลับออกมาพร้อมเสื้อคอกว้าง
แขนสามส่วนสีขาว เดินลวดลายปักเล็กน้อยบริเวณรอบคอเสื้อด้วยเส้นไหมสีน้ำเงิน
กางเกงความยาวระดับหัวเข่าสีกากีของเขาเข้ากับเสื้ออย่างลงตัว เขาเดินไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา
กดหมายเลขปลายทางแล้วกรอกเสียงลงไป
“สวัสดีฮะ ผมยางามิครับ ขอสายโคชิโร่คุงฮะ” ไทจิเอ่ยทักทายเจ้าของเสียงหวานนุ่มปลายสาย
เธอคือคุณแม่ของบ้านอิซึมิที่ไทจิไปรบกวนพาลูกชายของเธอออกไปข้างนอกบ่อยๆ ยืนรอไม่ถึง
อึดใจ เสียงที่คุ้นเคยก็เอื้อนเอ่ยขึ้นในโทรศัพท์
“หวัดดีโคชิโร่ ฉันไทจินะ วันนี้ว่างรึเปล่า?” เขาทักทาย น้ำเสียงแฝงความร่าเริงไว้เต็มเปี่ยม
“ว่างครับ มีอะไรเหรอไทจิซัง?” ถึงตรงนี้ไทจิยิ่งยิ้มกว้างมากกว่าเดิม เพียงแต่ปลายสาย
มองไม่เห็นก็เท่านั้น
“เตรียมตัวซะ วันนี้เรามีเรื่องต้องทำ” เขาแฝงเลศนัยไว้ทุกคำพูด “ฉันจะไปรับนะ
ประมาณ 15 นาทีคงถึง”
“อ๊ะ ไทจิซัง!” โคชิโร่ยังไม่ทันได้ความอะไรไทจิก็ตัดสายไปแล้ว อย่างนี้มีแต่ต้องเตรียมตัว
รอให้ไทจิมากดออกหน้าบ้านเท่านั้น เขาถอนหายใจเบาๆ“อะไรของเขานะ”
.....................
เป็นไปตามที่ไทจิคิด ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ข้างกันนั้น
มีป้าย ‘อิซึมิ’ ติดไว้ มือเรียวเอื้อมไปกดออด
“อ้าว ไทจิคุง มาแต่เช้าเลย” เป็นคุณแม่ของโคชิโร่ที่มาเปิดประตู
“สวัสดีครับคุณแม่ โคชิโร่ล่ะฮะ?”
“อ้อ เดี๋ยวนะจ๊ะ” เธอหันกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับเสียงไทจิพูดขอบคุณเบาๆ “โคชิโร่จ๊ะ
ไทจิคุงมาแน่ะ อ้าว ลูกจะไปไหนเนี่ย?”
“เอ่อ... ไปกับเขาครับ” โคชิโร่ยิ้มเจื่อนๆหย่อนตัวลงนั่งใส่รองเท้าแล้วสะพายกระเป๋าโน้ตบุ๊ค
เครื่องโปรด เขาชี้ไปทางไทจิที่ยืนยิ้มกว้างอยู่หน้าประตู
“จ้ะ แล้วข้าวเย็น...” ร่างเล็กเรือนผมสีน้ำตาลแดงหันมาทางไทจิ
“ไม่เป็นไรครับคุณแม่ ผมจัดการให้เองไม่ต้องห่วงนะฮะ” เขาวางมือลงบนไหล่โคชิโร่ที่ตัวเล็กกว่า
แทนการโอบคอแลน่าเอ็นดู “อ้อ แล้วก็ วันนี้เราไม้ใช้เจ้านี่นะ รบกวนคุณแม่ด้วยนะครับ
ไปกันเถอะโคชิโร่”
ไทจิปลดกระเป๋าโน้ตบุ๊คออกจากไหล่บางโดยไม่สนเจ้าตัวที่ยืนอ้าปากทำท่าจะแย้ง เขาก้มหัว
ยื่นกระเป๋าให้แม่ของโคชิโร่ แล้วออกแรงน้อยๆดึงต้นแขนเล็กบาง
“ป...ไปนะฮะคุณแม่”
“จ้ะ ไปดีมาดีนะ” เธอโบกมือให้ทั้งคู่แล้วก้มลงมองกระเป๋าในมือ รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นมาไม่รู้ตัว
“ไทจิซัง นี่เราจะไปไหนกัน?” โคชิโร่เอ่ยขึ้นหลังจากเดินห่างบ้านมาไม่ไกล ตอนนี้ไทจิ
ไม่ได้รวบต้นแขนเขาไว้แล้ว
“เดทไง” เป็นอีกฝ่ายที่ถลึงตากับคำตอบ
“อะไรนะ เดท?” ร่างเล็กทำท่าจะกลับบ้านแต่ถูกมือเรียวฉวยต้นแขนไว้ดังเดิม
“เมื่อไหร่กันไทจิซัง ปล่อยเลยนะ”
“น่า~ วันนี้วันเดียว มาเป็นคู่เดทให้ฉันหน่อย” เสียงเล็กๆของร่างบางยังคงแย้งไม่หยุด
“ไม่ใช่ ผมหมายความว่า... เอ่อ...” เมื่อนึกได้ว่าจะพูดอะไร ใบหน้าของโคชิโร่ก็ซับสีเลือดจางๆ
“ถ้าเรื่องผู้ชายด้วยกันเดทกันไม่ได้ล่ะก็ นายลืมไปได้เลย” ไทจิเปลี่ยนจากรั้งแขนเรียวเป็นโอบคอ
เท่านี้ร่างบางก็ดูเหมือนลูกไก่ในกำมือขึ้นมานิดๆ เขาสะอึกกับคำพูดของไทจิที่ดูเหมือนจะ
อ่านใจเขาออก แต่ก็ยอมเดินตามไปด้วยไม่ขัดขืนอะไร
“แล้ว...เราจะไปที่ไหนกัน?” เสียงหวานนั้นเอ่ยถามเบาๆ
“นายอยากไปสวนสนุกมั้ยล่ะ?” ไทจิหยิบกระเป๋าขึ้นมาสำรวจเงิน “อืม...ค่าบัตรคนละประมาณ
สี่พันเยน ฉันเลี้ยงละกัน”
“เดี๋ยวๆ แล้วเงินตั้งมากขนาดนั้นไทจิซังเอามาจากไหน” ร่างสูงเลิกคิ้วน้อยๆ
“อ๋อ เงินเก็บน่ะ เห็นอย่างนี้ก็เถอะฉันเก็บเงินเก่งนา” ที่จริงแล้วเงินส่วนนี้ เขาตั้งใจไว้ว่าเพื่อการเดท
เลยตั้งใจเก็บเงินจำนวนนี้เป็นเวลาเกือบเดือน เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะใช้เวลานาน เพราะตัวเขาเอง
ก็ยังเป็นเด็กมัธยมหาเงินใช้เองไม่ได้ งานพิเศษก็ไม่ถูกอนุมัติจากโรงเรียน เลยต้องเก็บเอา
จากค่าขนม นับว่าเป็นเงินที่มีคุณค่าทางใจกับเขามากจริงๆ
“เอาไว้มาเดทกับนายโดยเฉพาะเลยนะเนี่ยดีใจไว้ซะ”
ยังคงเป็นโคชิโร่ ที่สะอึกกับทุกคำพูดของไทจิ เพียงแต่โอกาสหัวใจวายของเขาเพิ่มขึ้นกว่าทุกวัน
เพราะตั้งแต่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีเขาก็ใจเต้นระรัวไปกับแทบทุกคำพูดของร่างสูง
‘ให้ตายสิ เขาพูดได้ยังไงโดยที่ไม่เขินนะ’ โคชิโร่รำพึงในใจ
.......................
ทั้งคู่นั่งรถไฟสายเคโยมาแค่อึดใจเดียวก็ถึงสถานีไมฮามะ ถึงแม้อากาศจะดูอบอ้าวไปนิด
แต่ไทจิก็รู้สึกสดใสเต็มเปี่ยมจนไม่แปลกใจกับเรื่องผิวสีแทนคล้ำแดดของเขา โคชิโร่พยายาม
เดินซอยเท้าให้ทันขายาวๆของไทจิที่ก้าวฉับๆอย่างร่าเริง เมื่อถึงที่หมายกลายเป็นร่างบางเสียเอง
ที่รู้สึกหัวใจพองโต
“เป็นไง น่าสนุกมั้ยล่ะ?” ร่างสูงส่งรอยยิ้มผ่านแสงแดดแรงจ้ามาให้ “โตเกียวดิสนีย์แลนด์”
นานแค่ไหนแล้วที่โคชิโร่ไม่ได้มาเที่ยวเล่นอย่างนี้ ตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นคนที่เรียบร้อย ไม่ดื้อ
ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ตอน ป.5 เขาได้รับรู้ว่าไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของคูณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงดูมา
นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่กล้าขออะไรไปมากกว่าเดิม ไทจิที่เห็นร่างเล็กยืนนิ่งก็เหมือนจะเข้าใจ
มือเรียวเอื้อมมาขยี้เรือนผมสีน้ำตาลแดงสดใสอย่างเอ็นดู
“เลิกคิดมากได้แล้วโคชิโร่ วันนี้นายเอาแต่ใจได้หนึ่งวัน” เขาโอบไหล่บางไว้หลวมๆ
“แต่ต้องกับฉันเท่านั้นโอเคมะ?”
ไม่มีคำตอบอะไรจากโคชิโร่ เขาแค่พยักหน้าเร็วๆแล้วหลบสายตามองไปทางอื่น
ตอนนี้เขารู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าว
'ให้ตายสิ พูดไม่ออกเลยแฮะ' ไทจิรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งหยอดความหวาน
แม้ว่าต้องการจะสื่อแบบนี้จริงๆ แต่ก็ชอบปฏิกิริยาของร่างเล็กเสียทุกครั้งไป
หลังจากตรวจบัตรผ่านเข้าสวนสนุกแล้วจะพบทางเข้าที่กว้างใหญ่และรอบข้างประดับประดา
ไปด้วยสวนไม้ประดับขนาดย่อม กลุ่มผู้คนทั้งหนุ่มสาวเดินทยอยเข้าสวนสนุกกันอย่างคึกคัก
โดยสถานที่แรกเมื่อเดินผ่านเข้าประตูมาแล้วก็คือ World Bazaar ซึ่งเป็นสถานที่ขายสินค้าที่ระลึก
ทั้งหมวก เสื้อผ้าแบบดาราการ์ตูน หู หางของตัวการ์ตูนดิสนีย์ ทุกร้านจะมีตู้กระจกสำหรับจัดแสดง
เรื่องราวของเหล่าตัวการ์ตูนที่น่ารัก และสวยงาม บ้างก็มีบอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจ ไทจิเลือกที่จะ
เดินเข้าร้านค้าริมทางออกเข้าสู่ใจกลางสวนสนุกโดยมีโคชิโร่ตามไปด้วย
ขณะที่ร่างบางกำลังยืนดูสินค้าดิสนีย์ที่มากมายไม่แพ้ผู้คน ไทจิก็จูงมือเรียวเล็กออกมาภายนอก
“ด...เดี๋ยวไทจิซัง จะทำอะไรน่ะ” เสียงเล็กนั้นกระซิบถามอย่างร้อนรนที่อยู่ดีๆร่างสูงก็ก้มลง
เลิกชายเสื้อกล้ามของตนแล้วเอามือโอบรอบเอวบาง แต่ได้ยินเสียงปรามบอกให้อยู่นิ่งๆกลับมาแทน
เมื่อไทจิผละอ้อมกอดหลวมๆนั้นออก โคชิโร่ก็พบว่าตนมี ‘หาง’ ไปเสียแล้ว
“หางทิกเกอร์น่ะ ฉันให้” ไทจิพูดขณะที่ร่างเล็กกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้า วันนี้เขามาพร้อมกับ
เสื้อกล้ามสีส้มสดใสทับด้วยเชิ้ตสีครีมลายทาง กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลของเขายาวระดับเข่า
เผยให้เห็นปลีน่องเนียนเรียว และตอนนี้เขามีหางเสือสีส้มโผล่พ้นชายเสื้อออกมา น่ามองไปอีกแบบ
ไม่ทันไร ไทจิก็เอื้อมมือมาแตะผมเบาๆอีกสองสามที ถึงโคชิโร่พยายามเบือนหน้าหลบ
แต่ร่างสูงก็เชยคางเขากลับมาสบตาได้ทุกเมื่อ ป่านนี้หน้าของเขาคงแดงจัดแน่ๆ โคชิโร่แสร้ง
มองไปทางอื่น
“เรียบร้อย ทีนี้จะได้ไม่หลงกัน” ร่างเล็กชะโงกหน้าสำรวจเงาสะท้อนของตัวเองจากตู้กระจก
“อะไรกันไทจิซัง หูกับหางนี่!!!???” ไทจิหัวเราะร่าเริง เขาเลือกซื้อหูทิกเกอร์แบบเป็นกิ๊บติดผม
แทนแฮร์แบนด์ให้โคชิโร่ นั่นยิ่งทำให้ดูเหมือนคนตัวเล็กจะมีหูมีหาง กลายเป็นลูกเสือสีส้มไปเสียจริงๆ
โคชิโร่พยายามจะแกะหูออกแต่ไทจิรวบมือไว้ทัน
“น...น่าอายจะตาย ให้ผมเอาออกเถอะ”
“น่ารักออกใครๆก็ใส่กัน~ นะโคชิโร่?”
“...ไม่ต้องมองแบบนั้นเลยนะ” ร่างเล็กตัดพ้อเบาๆ ตอนนี้เขากำลังจะใจอ่อนเพียงเพราะ
สายตาอ้อนๆนั่นมองมา ให้ตายสิ ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ เสียงเล็กบ่นอุบอิบ
แต่มือก็ติดหูเข้าที่ผมตัวเองดังเดิม
“พอใจรึยัง...”
ไทจิยิ้มกว้างจนตาหยี เขาชอบนักเวลาที่ได้แกล้งอ้อนให้ร่างเล็กที่ดื้อดึงใจอ่อน
แล้วยอมทำตาม ชอบมองเวลาที่ใบหน้าใสนั้นงอง้ำทุกครั้งที่เขาหยอกล้อ ชอบมอง
เวลาแก้มเนียนเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ ชอบฟังเสียงเล็กหวานคอยตัดพ้อต่อรองอยู่เรื่อยไป
ถึงใครๆจะว่าโคชิโร่เป็นคนน่าเบื่อที่ชอบหมกตัวอยู่กับคอมพิวเตอร์ แต่สำหรับไทจิแล้ว
ร่างเล็กนี้เป็นคนที่เขาอยากอยู่ใกล้ๆ เป็นคนที่ไทจิอยากลองทำให้เปิดใจยอมรับเขามากที่สุด
เขาอยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากเห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจของโคชิโร่จริงๆสักครั้ง
“พอใจสุดๆเลย”
ไทจิโอบไหล่บางในคราบเสือทิกเกอร์แล้วพาเดินออกไปจากส่วนของร้านสินค้าที่ระลึก
เพียงแค่พ้นชายคา World Bazaar ทั้งคู่ต้องหรี่ตาให้กับแสงแดด เบื้องหน้าทั้งคู่เป็นรูปปั้น
ชายวัยกลางคนจับมือกับตัวการ์ตูนรูปร่างเหมือนหนู เบื้องหลังที่เห็นไกลๆคือปราสาทซินเดอเรลลา
ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า รายล้อมไปด้วยสวนหย่อม ต้นไม้ และผู้คนที่บัดนี้แปลงร่างเป็นตัวละครดิสนีย์
กันเกือบหมด มองดูสดใสไม่แพ้แสงแดดตอนนี้เลยทีเดียว
“ก่อนอื่นต้อง...” ร่างสูงหยิบแผนที่สวนสนุกขึ้นมาดู “ใกล้ๆนี่เป็น Adventure Land ไปกันเลยมั้ย?”
ระหว่างที่โคชิโร่มัวแต่กังวลเรื่องหูหางไม่ทันฟัง ไทจิก็รั้งต้นแขนเรียวตามไปด้วยแล้ว
“Jungle Cruise เข้าแถวแสตนด์บายครึ่งชั่วโมงเองแฮะ” แม้ว่าจะมาถึงในช่วงสายๆ
แต่เครื่องเล่นทุกชิ้นก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน การเข้าแถวรอ 30 นาทีนั้นจึงเรียกได้ว่า
เป็นการรอคอยที่สั้นมากจริงๆ
ไม่นานทั้งคู่ก็ได้ล่องเรือลำเล็กชมทิวทัศน์ ระหว่างทางเจอทั้งสิงห์สาราสัตว์มากมาย
บ้างก็เข้าไปในถ้ำ บ้างก็ลอดน้ำตก บางจุดก็เห็นคนป่าอินเดียนแดงดักล่าสัตว์ริมลำธาร
ประกอบกับเสียงสดใสของไทจิที่ชี้ชวนให้ดูโน่นดูนี่ต่างๆนานาดึงความสนใจจากร่างบาง
ไปจากเสียงผู้บรรยายที่บรรยายอย่างออกรส เป็นการเริ่มต้นที่ไม่หนักเกินไปจริงๆ
ไทจิตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน Golden Galion หยิบผ้าโพกหัวแบบเดียวกับ
กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์มาหนึ่งชิ้น
“เท่มั้ยล่ะ? ถือว่าหายกันนะ” ตอนนี้ที่หน้าผากของไทจิมีแถบผ้าสีแดงหม่นคาด ประดับประดาด้วย
สายลูกปัดมากมายราวกับกัปตันแจ็คไม่มีผิด โคชิโร่หัวเราะเบาๆให้กับความรู้สึกที่ว่า เข้ากันสุดๆ
.....................
หลังจากไทจิแปลงร่างเป็นโจรสลัดแล้ว เขาตัดสินใจจูงเสือไปเล่นเครื่องเล่นที่ให้อารมณ์ต่างกับ
Jungle Cruise อย่างสิ้นเชิง โดยต้องย้ายจาก Adventure Land ไป Western Land ที่อยู่ติดกัน
ที่นี่จะให้อารมณ์ต่างจากเมืองแรกที่ทั้งคู่ไปมาก เพราะนอกจากจะไม่มีป่าเขาลำเนาไพรแล้ว
ทั้งเมืองขนาดย่อมนี้ก็ดูเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกตะวันตกประมาณเม็กซิโกจริงๆ
มือเรียวแตะไหล่บางเบาๆ
“ไปเล่นเจ้านั่นกันเถอะ เรือนี่น่าจะใช้เวลานาน” ไทจิหมายถึงเรือสำราญลำสวยที่จะพาท่องทะเลสาบ
มันอาจจะใช้เวลารับลมนานเกินไปจนไม่เหลือเวลาเที่ยวเล่น เขาชี้ไปทาง Big Thunder Mountain
ซึ่งเป็นรถไฟเหาะที่มีรางเกี่ยวพันรอบภูเขาหิน ดูคดเคี้ยว แต่น่าหวาดเสียวไม่น้อย
“แต่ว่าคนก็เยอะนะไทจิซัง” โคชิโร่ชี้ให้ดูความยาวแถวที่พาดไป ทบมา ของเหล่าผู้คนที่รอเล่น
เครื่องเล่นน่าสนุกนี่ “เปลี่ยน...”
“ไม่ได้ๆ ไหนๆก็มาแล้วทั้งที รอแค่ชั่วโมงเดียวจะเป็นไรไป” เขาดันไหล่โคชิโร่ให้ไปยืนเข้าแถวด้วยกัน
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงโดยที่ทั้งคู่เพิ่งเคลื่อนไปจากที่เดิมไม่ไกลนัก
อากาศร้อนจนรู้สึกกระหาย และไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนแถวไปได้เร็วกว่านี้เลย
“นายจะเอาอะไรรึเปล่า? ฉันว่าจะไปซื้อน้ำหน่อย” คำตอบที่ได้คือส่ายหัวเบาๆ
“โอเค งั้นยืนเข้าคิวไว้นะ”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่นี่เป็นครั้งแรกของการมาเที่ยวสวนสนุก โคชิโร่รู้สึกกังวลนิดๆ
ที่ตัวเองต้องมายืนท่ามกลางฝูงชนในสภาพมีหูมีหาง เขารู้สึกราวกับว่ามีใครคอยจ้องมอง
จับผิดเขาตลอดเวลาที่ยืนอยู่คนเดียว ฝ่ามือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลมาจนถึงลำคอ
ในใจเฝ้าภาวนาให้ร่างสูงกลับมายืนเป็นเพื่อนเร็วๆ
ไม่นานไทจิก็กลับมา
“คนเยอะชะมัด รอนานเลยสิ” เขายื่นขวดน้ำชาเย็นๆให้ ซึ่งร่างเล็กก็รับไปแต่โดยดี
“ฉันซื้อนี่มาด้วยนะ”
“ป็อปคอร์นรสหวาน?” ไทจิหัวเราะกับท่าทางของโคชิโร่แล้วหยิบป็อปคอร์นใส่ปากหยิบมือหนึ่ง
“ที่จริงกะจะซื้อรสผงกะหรี่มา แต่คนต่อแถวยาว 50 เมตรได้”
“...หวาน” โคชิโร่กลืนน้ำชาอึกใหญ่หลังจากลิ้มรสข้าวโพดคั่วแบบหวาน ร่างเล็กเผลอค้อนให้หนึ่งที
สร้างเสียงหัวเราะให้อีกฝ่ายได้ไม่ยาก
To be Continue >>
![]()
โฮกกกก เข็นตอนแรกมาลงละ คิดว่าคงไม่มีใครอ่านล่ะมั้ง (─▽─) ยาวซะขนาดนี้
แถมคนอ่านฟิคเรื่องนี้คงมีน้อย (แต่เราก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ♥ อิอิ) ไม่หวังว่าจะมีคนอ่านด้วยซ้ำ
เอะๆๆๆ เอาแปะไว้เป็นอนุสรณ์สถาน บ่งบอกให้รู้ว่าเราเป็นเด็กไทยอีกคนที่ชอบแพร์ริ่งนี้นะ
ถามว่าทำไมต้อง Tokyo Disneyland?? ... หึหึ จะตอบให้ก็ได้...
ก็เพราะว่าเบื่อชิงช้าสวรรค์ที่โอไดบะแล้วน่ะเซ่!!!
/me โดนตบ
ที่จริง... TDL มันเป็นสวนสนุกระดับโลกที่อยู่ใกล้โอไดบะที่สุดต่างหาก อะเหอๆๆๆ
แต่งไปก็คิดถึงตอนตัวเองไปเที่ยวด้วย ทั้งสนุก ทั้งมีความสุข เลยอยากแบ่งปัน
ความทรงจำดีๆให้ไทจิกับโคชิโร่ (´∀`) จะพยายามแต่งให้จบดีๆภายใน 2 ตอนละกัน
เพราะตอนนี้เริ่มมีพล็อต Angst ขึ้นมาอีกละ 55555+ อยากแต่งฟิคใสๆนี่ให้จบเร็วๆ
(คราวหน้า Angst TaiKou ซัก NC-17 เลยดีมะ? กร๊าซซซซ อยากอยู่ๆ) เอาเป็นว่านี่ล่ะ
บ้านฟิคชั่นของเรา (´・ω・`) คงจะมีแต่ฟิคที่ไม่มีสังกัดล่ะนะ พวกฟิคอนิเม อะไรแบบนั้น
ไว้อารมณ์ดี+ขยันๆ จะทำโดฯมาแปะด้วย อิอิ
Theme song : FUNNY DAY [OST Yogurting]

ชอบดิจิมอนหรอคะ
น้องเราก้อชอบ
ชื่ออะไรอ่ะ
เราชื่อตุ๊กค่ะ